ไข้หวัดใหญ่กับการป้องกันง่ายๆ

 

จุดเด่นของไข้หวัดใหญ่คือเป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในอากาศ ติดต่อได้ง่าย และมีระยะเวลาฟักตัวของเชื้อเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น แค่เป็นไข้หวัดใหญ่ไม่น่ากลัวเท่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วมีโรคแทรกซ้อน โดยเฉพาะปอดอักเสบ ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะเสียชีวิตค่อนข้างสูง เป็นได้ก็หายได้ ไข้หวัดใหญ่สามารถรักษาให้หายได้ตามอาการด้วยการรับประทานยาบรรเทาอาการนั้นๆ แต่ถ้าหากคุณมีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคประจำตัวอาจต้องใช้ยาต้านไวรัสเพิ่มเข้าช่วย

สังเกตอาการง่ายๆ ไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่แตกต่างกันอย่างไร
• หากป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาจะมีไข้หรือไม่มีไข้ก็ได้ อาการทั่วไปคือ ไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก
• หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่นอกจากจะมีอาการเบื้องต้น คือ ไอ จาม เจ็บคอ มีน้ำมูก ไอมีเสมหะแล้ว จะต้องมีไข้สูงและปวดเมื่อยตามตัวด้วย ฉะนั้นหากมีอาการเหล่านี้ร่วมกันเมื่อไรสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าคุณติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าให้แล้ว
ไข้หวัดใหญ่สามารถรักษาได้ตามอาการก็จริง แต่หากมีโรคแทรกซ้อน ซึ่งโรคแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่มีหลายโรคด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่นปอดอักเสบทำให้มีโอกาสที่จะเสียชีวิตค่อนข้างสูง นอกจากโรคแทรกซ้อนหากโชคร้ายกว่านั้นอาจพบโรคติดเชื้อฉวยโอกาสตามมาหลังจากเป็นไข้หวัดใหญ่ก็เป็นได้ เนื่องจากเวลาเป็นไข้หวัดใหญ่เยื่อบุผิวทางเดินหายใจจะมีการอักเสบและลอกหลุดออกไป ซึ่งอาจจะทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียและเกิดอาการปอดอักเสบตามมาได้
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้คงรู้สึกกลัวกันมากใช่หรือไม่ เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่นั้นอยู่ในอากาศได้ 24 ชั่วโมง ยิ่งถ้าหากชีวิตประจำวันเราต้องเจอผู้คนมากมาย อยู่ในชุมชนหรือในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก เช่น การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะที่อาจจะมีผู้ป่วยปะปนมา การทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ที่อาจจะป่วยอยู่ในออฟฟิศ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อเข้ามา ทั้งนี้คุณหมอได้แนะนำวิธีดูแลและป้องกันตัวเองง่ายๆ จากไข้หวัดใหญ่มาบอกกัน คือ
1. สวมใส่หน้ากากอนามัย หากหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ๆ คนเยอะ หรือแออัดไม่ได้ ซึ่งการที่สวมใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันการสูดดมรับเชื้อในอากาศได้
2. หากต้องใช้บริการอะไรก็ตามที่เป็นสาธารณะ ควรหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่บ่อยๆ หรือพกเจลล้างมือเพื่อความสะดวก
3. หากพบว่าสมาชิกในบ้านป่วย ต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา และขณะเดียวกันต้องป้องกันตนเองด้วย
4. หากไข้หวัดใหญ่กำลังระบาด การที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก็สามารถช่วยได้มาก โดยปกติแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง

วิธีดูแลรักษาตัวเองให้ไข้หวัดหายภายในเร็ววัน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด เพศใด คุณก็มีสิทธิเป็นหวัดหรือไม่สบายได้ หรือแม้กระทั่งในช่วง สงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ไทย ที่คนไทยพร้อมใจกันออกมาเล่นน้ำกันในช่วงอากาศร้อนจัดเพื่อดับร้อนคลายร้อน แต่เมื่อผ่านไปหลังจากช่วงเวลาความสุขไปไม่ทันไร ซึ่งอาจจะเจอกับอาการเจ็บป่วย เป็นหวัด คัดจมูก ขึ้นมาได้ ทำให้ต่อจะอยากกลับไปทำงานหลังหยุดยาวกลายเป็นต้องลา คราวนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ ลองอ่านและปฏิบัติตามคำเหล่านี้ดีไหม วิธีรักษาไข้หวัดให้หายเร็วมีวิธีอย่างไรกันบ้าง

วิธีดูแลรักษาไข้หวัดให้หายเร็ว

  1. ดื่มน้ำแร่วันละ 2 ลิตร เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัด ชอบอยู่ในสภาวะร่างกายที่เป็นกรด แต่ถ้าเราดื่มน้ำแร่ ซึ่งในน้ำแร่มีแร่ธาตุบางชนิด เช่น โซเดียมไบคาร์บอร์เนต ที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้สภาพร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง ไม่เหมาะสมกับการอยู่ของไวรัส ช่วยทำให้ไวรัสตายเร็วขึ้น ดังนั้นการดื่มน้ำไม่ใช่แค่ดีต่อร่างกายแต่ถ้าหากต้องการรักษาไข้หวัดให้หายเร็วขึ้น ก็ควรจะดื่มน้ำให้มากๆ โดยเฉพาะน้ำแร่
  2. รับประทานผลไม้รสเปรี้ยว มีงานวิจัยว่า ผลไม้รสหวานส่วนใหญ่ ทำให้เลือดเป็นกรด เป็นสภาวะที่ไวรัสชอบ ดังนั้นในช่วงที่เราเป็นหวัดการรับประทานผลไม้ควรจะเลือกให้ดี เพราะถ้าเลือกผิดก็จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพขึ้นไปอีก ลองหันไปเลือกรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจะดีกว่า เพราะผลไม้รสเปรี้ยว จะทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง หรือ เป็นกลาง เช่น ฝรั่ง กีวี่ เมื่อร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง ก็ส่งผลทำให้ไวรัสตายเร็วขึ้น และหายหวัดเร็วขึ้น
  3. โด๊ปวิตามินซีเป็นประจำ ถ้าใครที่กินวิตามินซีเป็นประจำอยู่แล้ว จะช่วยให้เป็นหวัดได้ยากขึ้น หรือเมื่อเป็นหวัดก็ช่วยลดความรุนแรง และระยะเวลาในการเป็นหวัดได้ แต่ถ้าไม่เคยกินวิตามินซีมาก่อนเลย แต่มาเริ่มกินตอนเป็นหวัด อาจจะสายเกินไป ไม่ได้ช่วยให้หายหวัดเร็วขึ้น ดังนั้นเราการที่เรากินวิตามินซีเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่ดีมากในช่วงไม่สบาย โดยปริมาณที่แนะนำคือ 1-3 กรัมต่อวัน
  4. ออกกำลังกายให้เหงื่อออก เช่น การเดินเบา ๆ หรืออาบน้ำอุ่นให้เหงื่อออก คือ วิธีรักษาไข้หวัดให้หายเร็ว ซึ่งกระบวนการที่เหงื่อออก หรือ ขับน้ำออกมาจากต่อมเหงื่อในผิวหนัง เป็นวิธีที่ทำให้ร่างกายเย็นลง เมื่อเป็นหวัด อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ระบบประสาทจะส่งสัญญาณไปยังต่อมเหงื่อ เพื่อขับน้ำออกมาตามผิวหนัง เมื่อผิวหนังระเหยน้ำออกมาหรือที่เรียกว่าเหงื่อ เมื่อเหงื่อออก สิ่งที่ตามมา คือ เราจะรู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มเย็นลงทำให้เกิดความเย็นหลังจากเหงื่อออก ควรดื่มน้ำทดแทน ระวังอย่างให้ร่างกายขาดน้ำในตอนที่เป็นหวัด
  5. นอนพักผ่อนมากขึ้น ถ้าไปเล่นน้ำกลับมา มีอาการ เป็นหวัด มีไข้ ควรนอนพักผ่อนให้มากขึ้น ถึงมีนัดไปเล่นน้ำกันวันต่อไป ก็ควรหยุดพักไปก่อน อย่าออกไปโดนแดด สาดน้ำ หรือตรากตรำทำงานหนักเกินไป จะทำให้อ่อนเพลีย แล้วหายหวัดช้าลง
  6. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หากเป็นหวัด แล้วมีน้ำมูก ให้ใช้น้ำเกลืออุ่น ๆ ล้างจมูกโดยใช้กระบอกฉีดยาฉีดน้ำเกลืออุ่นเข้าไปในรูจมูก จะทำให้อาการคัดจมูกน้อยลง อีกทั้งยังช่วยลดจำนวนเชื้อโรค ของเสีย และหายหวัดเร็วขึ้น หากน้ำมูกไม่หาย อาจใช้ยาแก้ไข้ ยาลดน้ำมูก
  7. กินยาแก้ไข้หวัด เพราะไข้หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่ไม่ได้มียารักษา โดยการรักษาจึงทำได้เพียงรักษาตามอาการ คือ ถ้ามีอาการไข้ ก็จะทำได้แค่ให้รับประทานยาแก้ไข้ เช่น ยาที่มีตัวยาพาราเซตามอล เพื่อรักษาอาการไข้หวัด

กินเก่ง ก็ต้องอ้วน 5 เหตุผลที่ทำให้หิวบ่อย กินเก่ง

กินเก่ง ก็ต้องอ้วนเป็นธรรมดา เพราะหากเรายังกินมากกว่าที่เราเผาผลาญพลังงานออกไป ยังไงเราก็อ้วน แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าสาเหตุที่ทำให้เรากินเก่งจนทำให้อ้วนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันอาจจะมีสาเหตุอื่นซ่อนอยู่ ถ้าไม่อยากเป็นคนที่หิวง่ายกว่าคนอื่น ลองเช็คตัวเองดูดีกว่าว่าเข้าข่ายมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่

นอนดึก
การที่คุณนอนดึก ทำให้คุณมีเวลาในช่วงกลางคืนยาวนานกว่าคนปกติ และอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหาอะไรทานเพราะหิว แทนที่เวลาเหล่านั้นจะเป็นเวลานอนโดยไม่ใช้พลังงานอะไรมากแล้ว ยิ่งคนที่ต้องนอนดึกเพราะต้องทำงานไปด้วยยิ่งหิวง่าย เพราะหากมีกิจกรรมทำอย่างการใช้สมอง ใช้ความคิดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เราคงต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นแน่ๆ ดังนั้นอาหารมื้อหนักมื้อเบาอย่างกาแฟ โกโก้ ชาเขียวปั่น เค้ก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก แซนวิช และอื่นๆ ก็จะตามมา

งดข้าว
แน่นอนว่าคนที่อยากลดน้ำหนักจะต้องเคยคิดที่จะงดข้าวไปเลยมื้อหนึ่ง คิดว่าทานวันละ 2 มื้อหรือมื้อเดียวก็เพียงพอแล้วน้ำหนักก็จะลดลงเร็วมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการงดข้าว โดยเฉพาะมื้อเย็นที่หลายคนคิดว่างดไปเลยก็ได้ เพราะตอนเย็นคงไม่ได้ใช้พลังงานอะไรมาก แต่อันที่จริงแล้วเราไม่แนะนำให้งด เพียงแค่ “ลด” อาหารที่ให้พลังงานสูงมากกว่า เพราะไม่ว่าอย่างไรการทานอาหาร 3 มื้อครบเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อระบบการย่อยอาหารของร่างกาย กว่าจะถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เราผ่านเวลาไปอีกหลายชั่วโมง เราจะปล่อยให้ท้องว่างไปอีก 10 กว่าชั่วโมงไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น คุณจะมีโอกาสสูงที่จะตื่นขึ้นมาหิวกลางดึก แล้วทานอาหารเข้าไปมากกว่าที่ควรจะทาน เชื่อเถอะถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพยักหน้าหงึกๆ แสดงว่าคุณเคยทำมาก่อนแล้วใช่ไหมล่ะ

ความเครียด
ไม่ว่าจะเครียดเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องเรียน หรือเรื่องส่วนตัวอื่นๆ เรามักจะลงเอยด้วยพฤติกรรมในการทานอาหารที่เปลี่ยนไป บางคนอาจจะทานอาหารไม่ลงจนผ่ายผอม แต่ก็มีบางส่วนเช่นกันที่หาทางออกให้กับปัญหาตรงหน้าด้วยการทานอาหารมากขึ้น เชื่อว่าทานอาหารอร่อยๆ ย้อมใจ หรือทานให้ลืมเรื่องร้ายๆ ไปนั่นแหละ โดยความเครียดที่ว่าสามารถทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเกรลินที่ทำให้เราอยากอาหารมากขึ้นได้เช่นกัน

ร่างกายขาดน้ำ
บางครั้งร่างกายก็ส่งสัญญาณว่าหิวน้ำ แต่เราอาจเข้าใจว่าเราหิวข้าว นอกจากจะดื่มน้ำเปล่าเฉยๆ เราเลยอาจลงเอยด้วยอาหาร และเครื่องดื่มเซ็ตใหญ่ ซึ่งเป็นการทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากกว่าที่จำเป็นได้ ดังนั้นหากอยู่ในช่วงเวลากลางคืน หรือคุณมั่นใจว่าทานอาหารครบ 3 มื้อดีแล้ว ทำไมยังหิว ให้ลองดื่มน้ำเปล่าก่อน เพราะคุณอาจจะแค่กระหายน้ำ หากผ่านไป 20 นาทีแล้วยังหิวอยู่ ให้ลองหาอาหารที่มีประโยชน์ มีกากใยอาหารมาทาน เช่น โยเกิร์ตใส่ผลไม้ เป็นต้น

แอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์เป็นที่มาของอาการกระหายน้ำ เพราะฉะนั้นแทนที่คุณจะหิวน้ำ คุณอาจลงเอยด้วยอาหารกับแกล้มมากมาย เพราะเข้าใจว่าตัวเองหิวข้าวนั่นเอง นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังมีส่วนทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเกรลินที่ทำให้ร่างกายรู้สึกหิวออกมาอีกด้วย

หากสามารถลดพฤติกรรมทั้ง 5 นี้ได้ แล้วเริ่มออกกำลังกายสัปดาห์ละอย่างน้อย 3-4 ครั้ง เข้านอนให้เร็วขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ รับรองว่าคุณจะหิวน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมากเลยล่ะค่ะ แล้วการลดความอ้วนของคุณก็จะสัมฤทธิ์ผลในที่สุด เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

วิ่งแล้วคันคือไขมันแตกตัว?

ความรู้สึกหลังวิ่งเสร็จใหม่ๆ หรือขณะกำลังวิ่ง สำหรับมือใหม่หัดวิ่งแล้ว ไม่ได้มีความรู้สึกแค่เหนื่อยจนหายใจไม่ทัน เหนื่อยเหมือนจะขาดใจตาย แต่ยังมีอีกหนึ่งความรู้สึกที่มักเกิดขึ้นกับหลายๆ คน นั่นคือ อาการคันยิบๆ ตามตัวหรือตามขา อาจรวมไปถึงต้นขา สะโพก หรือเอวได้ด้วย

บางคนคิดในแง่ดีว่า วิ่งแล้ว ไขมันเริ่มแตกตัวจนรู้สึกได้ ก็ดีใจเพราะคิดว่ากำลังจะผอม จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร มาหาคำตอบกันค่ะ

ทำไมวิ่งแล้วคันยิบๆ?
อาการคันยิบๆ ตามขา ลำตัว สะโพก หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายขณะที่วิ่ง หรือหลังวิ่งเสร็จใหม่ๆ เป็นปฏิกิริยาของเส้นใยประสาทที่มีโปรตีนชนิดหนึ่ง เรียกว่า “ฮีสตามีน”

ตามปกติแล้ว ฮีสตามีน จะถูกหลั่งออกมาเมื่อร่างกายมีอาการแพ้สารบางอย่าง โดยหน้าที่ของฮีสตามีน คือการหลั่งออกมาเพื่อเพิ่มการขยายของหลอดเลือดอย่างปัจจุบันทันด่วน เพื่อที่ร่างกายจะเพิ่มอัตราการไหลเวียนของโลหิตไปยังเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ หรือมีอาการติดเชื้อ เพื่อลำเลียงระบบคุ้มกันที่อยู่ในเลือดให้เข้าไปจัดการเนื้อเยื่อบริเวณที่มีปัญหาได้โดยเร็ว และแน่นอนว่าผลข้างเคียงของฮีสตามีนที่เข้าไปขยายหลอดเลือด จะทำให้เกิดอาการคันยิบๆ

แต่นอกจากหน้าที่หลักของ ฮีสตามีน ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว ฮีสตามีนยังหลั่งออกเมื่อมีการออกกำลังกายอย่างหนักอีกด้วย เนื่องจากคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อ หรือระบบไหลเวียนโลหิตอาจจะยังไม่คุ้นชินกับการถูกกระตุ้นด้วยการออกกำลังกายอย่างหนักในครั้งแรกๆ ร่างกายเลยหลั่งฮีสตามีนออกมาเพื่อขยายหลอดเลือดให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำหน้าที่ลำเลียงโลหิตไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เร็วขึ้น ป้องกันอาการเมื่อยล้า และช่วยให้เราอึดมากขึ้น

ดังนั้นใครก็ตามที่วิ่ง หรือออกกำลังกายหนักๆ แล้วคันยุบยิบไปทั้งตัว แสดงว่าไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เส้นประสาทที่อยู่ในบริเวณนั้นๆ เช่น ตามขา สะโพก ลำตัว หรือแม้กระทั่งต้นแขน เลยมีความไวต่อฮีสตามีนมากกว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

วิ่งแล้วคัน ทำอย่างไร?
ทางแก้ง่ายๆ คือ ทนไปก่อนค่ะ ระดับความคันนี้จะแค่คันยุบยิบๆ ในระดับที่ทนได้ เมื่อพักร่างกายหลังวิ่ง หรือหลังออกกำลังกายไปสักพัก อาการคันก็จะหายไป และควรวิ่ง หรือออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน (หรือเกือบทุกวัน) เพื่อให้เส้นประสาทมีความไวต่อฮีสตามีนน้อยลง อาการคันก็จะค่อยๆ หายไปเอง

ทั้งนี้ หากวิ่ง หรือออกกำลังกายแล้วคันมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่คันยุบยิบธรรมดาๆ คันแล้วไม่หาย อาจจะมาเป็นที่สาเหตุอื่น เช่น ความอับชื้นของเหงื่อในร่างกายที่ทำปฏิกิริยากับเสื้อผ้าที่ใช้ออกกำลังกาย อาจระบายอากาศได้ไม่ดีพอ เสื้อผ้าไม่สะอาด หรือมีสารตกค้างจากผงซักฟอก และสาเหตุอื่นๆ แต่แน่นอนว่าไม่ได้เป็นไขมันแตกตัวอย่างที่หลายคนคิดแน่นอน กว่าไขมันจะค่อยๆ สลายตัว ใช้เวลาร่วมหลายเดือน และไม่ได้ทำให้เรารู้สึกชัดเจนอะไรขนาดนั้นแน่ๆ

อย่างไรก็ตาม เราขอให้รู้ไว้ว่า คุณมาถูกทางแล้ว วิ่งแล้วคันยิบๆ นั้นเป็นสัญญาณที่ดี จงวิ่งต่อไป สู้ๆ ค่ะ

SERGIS ชื่อนี้มีแต่สิ่งดีๆมอบให้

สำหรับเว็บไซต์ที่มีแต่สิ่งดีๆอย่างเช่น เว็บ  SERGIS นี้ เรียกได้ว่ามีสิ่งดีๆให้กับร่างกาย เพราะเหมาะกับการดูแลรักษาภายในร่างกายอย่างแท้จริง

ตับ หรือ เราเรียกกับเป็นภาษาอังกฤษว่า liver

หน้าที่หลักๆของตับนั้นสำคัญมากๆ พอๆกับหัวใจของคนเราเลยก็ว่าได้ โดยตับจะมีหน้าที่กักเก็บสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและ เปลี่ยนสภาพสารอาหารเหล่านั้นนำไปให้ร่างกายได้ใช้ต่อและพวกคุณรู้กันไหมว่าตับยังมีอีกหน้าที่หนึ่งคืออะไร อีกหน้าที่หนึ่งของตับนอกจากกักเก็บสารอาหารต่างๆแล้ว ตับยังจะต้องมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือกรอกเลือดในร่างกายของเรา เพราะถ้าเราไม่ได้ตับมาช่วยกรองเลือดแล้วละก็ เลือดที่สกปรกของเราที่ถูกปนเปือนไปด้วยสารพิษหรือมลภาวะที่จมูกได้สูดเข้าไปในปอดก็จะทำให้ร่างกายของเราที่กำลังทำงานอยู่นั้นมีปัญหาได้คุณอาจจะป่วยถึงขั้นไอหรือจามเป็นเลือดเลยก็ว่าได้

และคุณคิดไหมล่ะว่าตับสำคัญขนาดไหน ซึ่งเลือดที่ตับจะทำหน้าที่กรองนั้นคุณรู้ไหมว่ามาจากไหน ตับจะนำเลือดที่กรองมาจากสองแหล่งโดยแหล่งแรกนั้นคือหลอดเลือดแดงตับที่ลำเรียงเลือดเหล่านั้นมาจากหัวใจของคุณโดยการลำเรียงเลือดตับต้องค่อยระมัดระวังอย่างมากเลยเพื่อไม่ให้ต้องกระทบกับหน้าที่ของอวัยวะอื่นๆภายในร่างกายอีก และอีกแหล่งหนึ่งที่ตับน้ำเลือกมาก็คือ หลอดเลือดดำตับที่ลำเรียงเลือดของคุณมากจากลำไส้ ไม่ว่าจะเป็นลำไส้ใหญ่หรือลำไส้เล็กในร่างกายของคุณนั้นและ ตับต้องใช้เวลาในการทำการลำเรียงเลือดเหล่านั้นเป็นเวลาหลายๆชั่วโมง

หรือบ้างครั้งก็ต้องใช้เวลาเป็นวันกว่าจะทำงานลำเรียงเลือดเสร็จโดยการลำเรียงเลือดแต่ล่ะครั้งจะเป็นการนำสารอาหารต่างๆมาให้ตับทำการเปลี่ยนแปลงสภาพให้เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการและตับก็จะเก็บสารอาหารเหล่านั้นเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นอีกด้วย ตับสามารถทำงานได้กับกร๊ปเลือดโอ หรือ กรุ๊ปเลือดเอ โดยไม่มีปัญหา หรือประสิทธิภาพลดลงเลย