การบำบัดด้วยการหาที่ปรึกษา

จะเห็นได้ว่าสมัยนี้หลายคนล้วนมีความเครียดด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเครียดกับปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว หรือกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากสังคม ปัญหาที่เราเจอล้วนแต่สร้างความเครียดให้แก่เราได้ทั้งนั้น ยิ่งเป็นปัญหาซ้ำๆเดิมๆหรือปัญหาที่เราเจอบ่อยๆหรืออาจจะเป็นปัญหาที่เราแก้ไม่ตก ยังแก้ไขอะไรไม่ได้ละก็ยิ่งทำให้เครียดหนักเข้าไปใหญ่ ดังนั้นการบำบัดกับความเครียดที่เกิดขึ้นกับคนในสมัยนี้นั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็กปัญหาน้อยหรือปัญหาต่างๆที่ยิ่งใหญ่ต่างล้วนทำให้เราเกิดความเครียดหรือเกิดการเครียดสะสมได้ทั้งนั้น และความเครียดเหล่านี้ก็ก่อให้เกิดอันตรายกับตนเองและคนรอบข้าง เรียกว่าบางรายก็สร้างความวุ่นวายให้ไม่น้อยเลย บางรายถึงกับฆ่าตนตายก็เพราะความเครียดเป็นเหตุนี้แหละ 

ปัญหาความเครียดต่างนั้นไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเกิดจากอะไร หรือร้ายแรงมากแค่ไหน เพราะสิ่งต่างที่ทำให้เครียดล้วนเกิดขึ้นกับบุคคลและบุคคลจะรับการเครียดเหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับนิสัยและสิ่งรอบตัวของบุคคลเหล่านั้น ซึ่งเพราะเหตุนี้นี่เองที่เราไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าบุคคลเหล่านั้นเครียดมากหรือน้อยเพียงใด

การแก้ไขการเครียดด้วยการบำบัดด้วยวิธีต่างๆมีดังนี้

หาคนที่เราไว้ใจเพื่อปรึกษาหรือระบาย

การหาใครสักคนเพื่อรับฟังปัญหาต่างของเรานั้นเป็นเรื่องที่ช่วยให้เราได้บำบัดตนเองอีกทางหนึ่ง เพราะความเครียดที่ไม่รุนแรงนัก สามารถบำบัดตนเองได้ ด้วยการได้พูดคุยหรือปรึกษาปัญหาต่างๆที่เรานั้นไม่สามารถแก้ไขด้วยตนเอง และสามารถเป็นการระบายความรู้สึกที่อยู่ภายใน ที่มันอัดอั้นในใจของเราอยู่ บางครั้งการพูดคุยอาจจะไม่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆของเราได้ก็ตาม แต่มันก็เป็นการบำบัดด้วยการระบายเพื่อทำให้สิ่งที่อัดอั้นในใจได้โล่งขึ้นจากเดิม

การหาอะไรทำเพื่อให้ความเครียดลดลง

การบำบัดด้วยการหาอะไรทำหรือเพื่อการทำให้ลืมในเรื่องที่เรากำลังเครียดหรือกลัดกลุ้มอยู่ในใจนั้น เป็นการบำบัดด้วยวิธีที่ไม่ได้พึ่งพาใครหรือไม่สามารถเล่าให้ใครรับรู้เรื่องเหล่านั้นได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราสามารถแก้ความเครียดทั้งหลายให้กับตนเอง วิธีนี้ก็เป็นการช่วยในด้านความรู้สึกของตนเองได้เป็นอย่างดี หรืออาจจะหารายการที่แนะนำการแก้ไข หรือรายการที่ช่วยให้เราคิดได้ในบางเรื่องฟัง การออกกำลังก็สามารถบำบัดความเครียดได้เช่นกัน นอกจากจะบำบัดความเครียดแล้วยังช่วยให้ร่างกายแข็งขึ้นได้อีกด้วย

การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางในกรณีที่เครียดมากจนเกินรักษาด้วยเองได้

หากการเครียดที่มีความรุนแรงมากเกิดจะรักษาด้วยตนเองได้นั้น เราก็ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนจะสายเกินแก้ เพราะบางคนมีความเครียดที่หนักหนาสามารถทำให้เกิดเป็นโรคบางอย่างทางประสาทได้ด้วยนะ

 

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวออกกี่โมง

ภัยร้ายในวัยใส

โรคร้ายแรง​ที่คนส่วนใหญ่​กลัว​แต่ถ้าเรารักตัว​เอง​รู้วิธี​ป้องกัน​รักษา​ ศึก​ษาทำความเข้าใจกับโรคนี้ได้คือ​โรคเอดส์​ด้วยประเทศ​เปิด  เป็นเสรีคน​ต่างประเทศ​ก็เข้ามาอาศัย​หรือเข้ามาทำธุระ​กิจ​ร่วมกันหลายประเทศทำให้เศรษฐกิจ​และการพัฒนา​ประเทศ​ก้าว​หน้า​แต่ในบางมุม​ก็ยังมีจุดที่ไม่ดียังไม่พัฒนา​​หลายๆหน่วยงานป้องกัน​และ​ปราบปราม​อยู่​แต่​ก็​ยังไม่หมดไปสักที  ​ก็คือการขายบริการ​ซึ่งเป็น​จุดเริ่มต้น​ของโรคเอดส์​ที่ระบาย​มาจนถึงปัจจุบัน​นี้ 

ผู้หญิง​ที่​ทำงาน​แบบนี้บางคนก็รู้จัก​ป้องกัน​และศึกษา​วิธีหลีกเลี่ยง

โรคร้ายนี้แต่ก็มีเด็ก​ที่ยังอายุ​น้อย   แต่เลือก​ที่จะ​มาทำงาน​แบบนี้หรือบางคนถูก​บังคับ​มาเพียง​แค่มาหาเงิน​เลี้ยง  ​ตัวเอง​และ​ครอบครัว​ด้วยความเป็นเด็กไม่รู้​จักป้องกันตัวเอง​   ทำให้​เขา​ติดเชื้อ​โรคร้ายและที่สำคัญ​กว่านั้นในช่วงที่เขาได้รับเชื้อ​โรค​เอดส์​เขาตั้งท้อง​ด้วย​และเขาตัดสินใจ​ไปปรึกษา​หมอหยุด​ทำงาน​แบบนี้​เลือก​เข้ารับการรักษาที่ถูก​วิธีถึง​แม้​ว่าในตัวเขาจะมีเชื้อ​เอดส์​และตั้ง​ครรภ์​อยู่​เขาก็สามารถ​เก็บลูกไว้ได้​ลูก​ใน​ครรภ์ของ​เขาจะไม่ได้รับเชื้อ​

การ​รักษา​ถูก​วิธี​เขาไปพบหมอและหมอได้​จ่ายยา  ต้านไวรัสให้กับเขา​ 1 เดือนก่อนคลอดและ​ใน​ระหว่างที่เขารอ​คลอด  พบว่า  ช่วยลดอัตราการติดเชื้อของลูก​เขา​จะลดลง​ถ้าเขาเลือก​ที่จะรับประทานยาต้าน และเก็บลูกไว้ เท่ากับว่าลูกของเขา​​จะ​มีโอกาสที่จะไม่ติดเชื้อ เขาต้อง​คิดด้วยว่าจะเตรียม​ตัว​แบบไหนในการดูแลลูก​ของ​เขาที่จะเกิดขึ้นมา

ในสภาวะ​ที่เขาติดเชื้อ​เอดส์​เขาจะ​สามารถทำได้ถ้าเขาศึกษา​ข้อมูล​มากเพียงพอหรือ​ขอคำปรึกษาจากหมอ​อย่างใกล้ชิดจากการศึกษา​ข้อมูล​พบว่า​มีเด็กจำนวนมาก​ที่ใช้ชีวิต​เหมือนกับเด็กทั่วไปได้​แต่ทุกอย่าง​ขึ้นอยู่กับ​เขาที่ต้อง​ดูแล​ลูก​เขา ต้อง​ศึกษา​ข้อมูล​การดูแ​ล​เด็ก​ที่​เสี่ยง​ติดเชื้อ​จากแม่และต้องทำความเข้าใจ​เป็น​อย่างดี

ผลของ​การ​ทำอาชีพ​ที่ไม่ปกติ​ทั่วไป  ​เพียงแค่​ได้เงินง่ายแต่ต้องแลก​มาด้วยโรคร้ายที่ไม่เพียงแค่ทำร้าย​ชีวิต​เขาเองแต่ทำร้าย​ชีวิต​ที่กำลัง​จะ​เกิดขึ้นมา  ด้วย​​สิ่ง​ที่​เขาทำในช่วงวัยรุ่น​ทำให้​ลูก​ที่จะเกิด​มาอาจจะ​ใช้ชีวิต​ได้ไม่ปกติ​เหมือน​คนทั่วไป  แต่เขารู้จัก​ศึกษา​โรคนี้ทำให้เขา​ตัดสินใจ​รักษา​และเก็บลูกไว้ลูก​เขายังเป็นเด็กที่โชคดี​อีก1คน  ที่ไม่ติดเชื้อ​จากแม่เพราะได้เข้ารับการรักษาอย่าง​ถูก​วิธี​เพราะแม่เขากินยาต้านไวรัสตั้งแต่​เขาอยู่​ในท้อง​แม่​

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

เรื่อง One Night Steal กับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า One Night Steal คืออะไร One Night Steal ก็คือความรักแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในหนึ่งคืน หรือก็คือความสัมพันธ์แบบข้ามขึ้นนั่นเอง สำหรับความสัมพันธ์แบบนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างก็ยินยอมกันทั้งคู่

โดยส่วนมากแล้วกลุ่มคนที่มักจะมีความสัมพันธ์แบบนี้เกิดขึ้นมักจะเป็นคนที่ทำงานกลางคืนหรือนักท่องราตรีที่ไม่ชอบมีความสัมพันธ์แบบผูกมัด และกลุ่มคนที่มักจะผิดหวังในความรักหรือไม่ค่อยสมหวังในความรัก จึงทำให้คนกลุ่มนี้เลือกที่จะมีความสัมพันธ์แบบคืนเดียวแล้วจบไม่ต้องมีการผูกมัดใดๆ ต่อกัน 

แต่ไม่ว่าคุณจะสนุกหรืออะไรก็ตาม ในการมีความสัมพันธ์เพียงแค่ข้ามคืนแบบนี้มีความเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะทำให้เราติดโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ ถึงแม้เราจะมีความสุขกับการที่ไม่มีอะไรมาผูกมัดเราไว้แต่เราก็อย่าลือลืมที่จะป้องกันทุกครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้ชายคนนั้น หรือผู้หญิงคนนั้นมีโรคติดมาด้วยหรือไม่ และถ้าคุณพลาดติดโรคขึ้นมานั้นคงเป็นเรื่องที่ตลกร้ายสำหรับคุณ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั่นมีมากมาย มีทั้งโรคที่รักษาแล้วหาย และโรคที่ทำได้เพียงกินยาเพื่อบรรเทาอาการเท่านั่น เช่น เชื้อHIV หรือโรคเอดส์ที่เรารู้จักกันดี

โรคเอดส์คือโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์อันดับต้นๆของไทยเลยก็ว่าได้ โรคนี้ในทางการแพทย์ยังไม่มีวิธีที่จะรักษาให้หายขาดได้ มีเพียงกินยาตามที่แพทย์สั่งเพื่อบรรเทาอาการเท่านั่น การเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจจะไม่ได้ทรมานแค่ร่างกายเท่านั่น แต่อาจจะหมายถึงจะต้องทนทรมานทางด้านจิตใจด้วย

เพราะเมื่อคนรอบข้างหรือคนภายนอกรู้อาจจะมองเราด้วยสายตาเหยียดหยามและสายตาที่รังเกียจเรา หรืออาจจะเอาเราไปพูดในทางที่ไม่ดีได้ นั่นอาจจะเป็นสาเหตุของโรคทางจิตใจหรือโรคทางอารมณ์ตามมาทีหลังได้ เช่นโรคซึมเศร้า แม้ว่าการติดเชื้อHIV สามารถใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้ แล้วคุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่า เขาจะไม่เอาเราไปพูดในทางที่ไม่ดี หรือเขาสามารถอยู่ใกล้ๆ เราได้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย และหากจะพูดว่าเขาก็ไม่รังเกียจคุณหรือแสดงอาการออกมาต่อหน้าของคุณ แต่หลับหลังคุณเขาอาจจะจะพูดดูถูกคุณมากกว่าที่คิดก็ได้ 

จริงอยู่ว่าการที่คุณนั่นจะเลือกมีความสัมพันธ์แบบไหนก็ได้เพราะนั่นเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่คุณอย่าลืมว่าเมื่อติดโรคมาแล้วใครก็ช่วยคุณไม่ ไหนจะครอบครัวของคุณเขาจะเสียมากแค่เราก็ไม่ เมื่อต้องรู้ว่าคนสำคัญในครอบครัวของเขาติดโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ เราไม่ได้บอกว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบเพียงข้ามคืนหรือOne Night Steal นั้นไม่ดี แต่ถ้าคุณเลือกที่จะมีความสัมพันธ์แบบนี้แล้ว คุณต้องรู้จักป้องกันและรู้จักขอบเขตของมัน ดังคำที่โบราณท่านได้กล่าวไว้ว่า “กันไว้ดีกว่า เพราะถ้าแย่เดี๋ยว จะแก้ไม่ทัน”

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

อาการร้อนวูบวับ ปัญหาสุขภาพที่ต้องการการแก้ไข

อากาศร้อนทำให้เราร้อน ทำให้เราวูบวาบ หรืออะไรกันนะ ที่ให้เรามักจะวิงเวียนหัว รู้สึกวูบๆ วาบๆ บ่อยๆ ขึ้น เคยไหมคะ ที่จู่ๆ เราก็ดันรู้สึกไม่โอเค ใจสั่น ร้อนวูบวาบ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอคนที่เราชอบ หรือทำอะไร หากใครเคยเป็นแบบนี้เราไปหาสาเหตุกันดีกว่า

อาการร้อนวูบวาบเกิดจากอะไร
สาเหตุของอาการนี้ไม่ได้มีอะไรตายตัว ไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน จู่ๆ ก็มักจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจมาจากสาเหตุที่หลากหลาย เช่น ฮอร์โมนเปลี่ยน ระบบไหลเวียนโลหิตมีการเปลี่ยนแปลง การรับประทานอาหารบางอย่าง หรือการทำกิจกรรม

อย่างไรที่เราเรียกว่า อาการร้อนวูบวาบ 
อาการร้อนวูบวาบ อาจมีอาการดังต่อไปนี้
• รู้สึกร่างกายอุ่น หรือ ร้อน แบบเฉียบพลันตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ ไปจนถึงหน้าอก เจ็บ

• ผิวมีสีแดงเป็นด่างๆ

• หัวใจเต้นเร็ว

• เหงื่อออกมาก

• รู้สึกเย็นขึ้นหลังจากที่ร่างกายเกิดอาการร้อนวูบวาบไปแล้ว
อาการร้อนวูบวาบนี้จจะเกิดขึ้นไม่นาน เพราะจะเกิดขึ้นราวๆ 2-4 นาที แต่ไม่สามารถที่จะระบุเวลาว่าจะเกิดขึ้นตอนไหนก็ได้ และอาการอาจจะแย่ลงได้ หากเป็นช่วงสภาวะอากาศร้อน มีความเครียด หรือวิตกกังวล อาการนี้อาจทำให้เสียสมาธิ รบกวนการทำงาน และอาจรบกวนการนอนหลับได้หากเกิดขึ้นในตอนกลางคืน

วิธีบรรเทาและป้องกันอาการร้อนวูบวาบ
เนื่องจากไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดอาการร้อนวูบวาบได้ชัดเจน วิธีที่เราจะนำมาบอกต่อในวันนี้ก็เป็นเพียงแค่คำแนะนำเท่านั้น ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สิ่งที่อยากให้ทุกท่านทำก็ คือ หมั่นสังเกตว่าเวลาที่เรามักจะรู้สึกร้อนวูบวาบนี้ เราไปทำอะไรมาบ้าง
• ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์
ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตบางประการที่จะทำให้รู้สึกสะดวกสบายและไม่ทำให้อาการแย่ลงหากเกิดอาการร้อนวูบวาบ

• ดื่มน้ำ
น้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย ควรดื่มให้เพียงพอในแต่ละวัน การดื่มน้ำ โดยเฉพาะน้ำเย็นจะช่วยให้ร่างกายเย็นขึ้นหากเกิด อาการร้อนวูบวาบ พยายามดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้เย็นอยู่เสมอ

• รักษาอุณหภูมิในห้อง
สถานที่อยู่อาศัย ควรมีการดูแลเรื่องของอุณหภูมิให้เย็นกำลังดี หากเกิด อาการร้อนวูบวาบ ขึ้น อาการก็จะไม่แย่ลงมากเพราะไม่ได้อยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน

• ระมัดระวังความร้อน
อุณหภูมิประเทศไทยและทั่วโลกนั้นสูงขึ้นทุกวัน อากาศร้อนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ และอาการร้อนวูบวาบก็ยิ่งจะทำให้อาการแย่ลงอีกด้วย ดังนั้นพยายามอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท เย็นสบาย

• หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อน
ยิ่งเป็นวัยทองก็ยิ่งต้องใส่ใจกับอาหารการกินเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารเผ็ด เพราะจะยิ่งทำให้รู้สึกเผ็ดร้อน มีอาการหน้าแดง ผิวแดงได้ง่าย เพื่อไม่ให้ระบเผาผลาญทำงานหนักและทำให้อุณหภูมิร่างกายร้อนขึ้น

• การบำบัดด้วยฮอร์โมน
ฮอร์โมนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของ อาการร้อนวูบวาบ การดูแลและรักษาระดับของฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลอยู่เสมอ จะช่วยลดโอกาสที่จะมีอาการร้อนวูบวาบได้

• รักษาตามสภาพอาการ
อาการร้อนวูบวาบ ที่เป็นอยู่อาจมีสาเหตุมาจากอาการทางสุขภาพในปัจจุบันของแต่ละบุคคล ควรมีการรักษาสภาวะของโรคที่เป็นอยู่ให้หายดีก่อน ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะลดความเสี่ยงของอาการร้อนวูบวาบได้

โรคเริม

โรคเริม เป็นโรคติดต่อ ที่ติดต่อได้ทั้งจากการมีเพศสัมพันธ์ เเละการสัมผัสผู้ที่เป็นโรคเริม โรคเริมสามารถเป็นได้ทุกคน ทุกเพศทุกวัย เเละหายได้เองตามธรรมชาติ อย่าเหมารวมว่าเป็นเเค่ผื่นธรรมดาที่ขึ้นบริเวณปาก บริเวณใบหน้า เป็นเเค่ผื่นที่ธรรมดา เเต่อาจจะเป็นโรคเริมก็ได้ พอใครได้เป็นโรคเริมเเล้ว เเม้เริมจะหายไป

เเต่เชื้อไวรัสจะฝังตัวอยู่บริเวณนั้นตลอดไป รออาการกำเริบ เมื่อร่างกายอ่อนเเอ เเละพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่คนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคเริม อาจจะคิดว่าเป็นสิว เพราะมันเป็นตุ่มๆเเละเจ็บๆปวดๆ เหมือนสิวที่กำลังจะขึ้น เริมมี2ชนิด เเต่ละชนิดจะขึ้นคนละที่ โรคเริมเกิดได้อยู่2ที่ คือ บริเวณริมฝีปาก ใบหน้า เเละอีกที่หนึ่งคือบริเวณอวัยวะเพศ ในการเกิดบริเวณใบหน้า จะพบได้ตั้งเเต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่

เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เเละได้รับสิ่งสกปรกเข้าไป อาการจะค่อยๆหายไป เมื่อได้รับการรักษาโดยการใช้ยา ก็จะหาย เเต่เชื้อไวรัสตัวนี้ยังคงอยู่ที่เดิม จะกำเริบเมื่อเรามีร่างกายที่อ่อนเเอเเค่นั้น ส่วนเริมที่อวัยวะเพศ 

โรคเริมก็ถือว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเริมที่ขึ้นตามอวัยวะเพศ เป็นเริมชนิดที่2 เเต่เป็นตุ่มน้ำใสๆเหมือนกัน เหมือนชนิดที่1 ซึ่งชนิดที่2เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เเละสามารถติดได้จากการสัมผัสหรือเเตะต้องกับสารคัดหลั่ง ของคนที่เป็นโรคเริม ทำไห้ติดเชื้อได้ง่าย เพราะโรคเริม สามารถติดได้ผ่านการสัมผัส ซึ่งไวรัสชนิดนี้ ใครได้เป็นเเล้ว

ก็รักษาไม่หายขาด เวลาเป็นโรคเริมเเล้วหาย ไม่ใช่หายเเบบปลิดทิ้ง ที่หายไปก็คือ เชื้อไวรัสตัวนี้ จะไปหลบซ่อนอยู่ตามเส้นประสาทปมประสาท เเละรออาการกำเริบ คือ พักผ่อนน้อย ร่างกายอ่อนเเอ การมีเพศสัมพันธ์ การเเตะต้องสารคัดหลั่งของผู้อื่น ช่วงไม่สบายเเละมีภูมิคุ้มกันต่ำ เริม จะเเสดงอาการออกมาทางริมฝีปาก ใบหน้า

ทำไห้เรามีอาการเจ็บปวด มีตุ่มน้ำใสๆ บางรายถึงกับเป็นไข้ เเละเริม ไม่ได้ขึ้นเเค่เฉพาะใบหน้ากับอวัยวะเพศเเค่นั้น ยังไปขึ้นได้ตรงทั้งรูทวารหนัก ในช่องคลอด เเละบริเวณเปลือกตา เชื้อจะฟักตัวอยู่ในร่างกายประมาณ2อาทิตย์ก่อนจะเป็น เเละเเสดงอาการ เป็นตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นหลายๆตุ่มที่เดียว เพราะไวรัสกำลังเเพร่กระจายไปยังจุดอื่นๆ เเละสามารถนำไปติดคนอื่นได้อีกด้วย

 การรักษา จะใช้ยารักษาหรือไห้หายไปเองก็ได้ ถ้ารักษา ไม่เกิน2อาทิตย์ก็จะหายไปเอง เเต่ถ้าไม่รักษา ประมาณ3-4อาทิตย์ ก็จะตกสเก็ดเเล้วหายไป เเต่เชื้อไวรัส ก็ยังฝังตัวอยู่ที่ตรงนั้นที่มันเคยเกิดขึ้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

ถุงยางอนามัย

ถุงยางอนามัย เป็นอุปกรณ์ร่วมรักทางเพศที่สามารถคุมกำเนิด เเละโรคติดต่อ ได้มากกว่า70% เพราะเป็นนวัตกรรมที่สามารถคุมกำเนิดได้อย่างดีเยี่ยม ลดโอกาสในการตั้งครรภ์ เเละลดการเกิดโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ ปัจจุบัน คนอายที่จะซื้อถุงยางอนามัยกันมาก

เพราะกลัวคนมอง เเต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นเรื่องดี เพราะการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัยนั้น ช่วยลดความเสี่ยงได้หลายๆเรื่อง เเละวัยรุ่น ไม่กล้าที่จะซื้อถุงยางอนามัยมาใช้งาน เพราะอาย กลัวคนมอง เเละความอยากรู้อยากลอง ซึ่งถุงยางอนามัย เป็นสิ่งที่ทำมาเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างสูงสุด เพราะเป็นการคุมกำเนิดที่ง่าย ใช้เเล้วก็ทิ้งได้เลย ถุงยาง เอาไว้สวมกับอวัยวะเพศชาย เมื่อมีเพศสัมพันธ์เเล้ว น้ำอสุจิจะออกมาจากถุงยางอนามัยไม่ได้ เเต่ต้องใส่ไห้ถูกต้อง เเละถูกขนาดด้วย

ถ้าใครไม่รู้ ข้างกล่องถุงยางอนามัยจะมีบอกว่าไซต์ไหน ไม่ควรใส่เเบบหลวมจนเกินไป เพราะจะทำไห้เกิดการรั่วไหลของอสุจิ เเต่ถ้าใส่ถูกต้องถูกไซต์ ก็จะทำไห้ไม่ตั้งครรภ์ได้ ถุงยางอนามัย ป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ได้เเก่ โรคเอดส์ โรคหนองใน โรคซิฟิลิส เเละโรคอื่นๆที่ติดต่อได้ทางการสอดใส่ โดยที่ไม่มีการป้องกัน สำหรับใครที่ต้องการป้องกันโรคติดต่อ ถุงยางอนามัยคือการป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อได้มากที่สุด เเต่ถ้าใครทำไม่ได้ ก็คือไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์เลย เป็นวิธีที่ได้ผลล้านเปอร์เซ็นต์ เเต่คงเป็นไปได้ยากที่จะไม่มีเลย 

การใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้องคือ การเเกะควรจะเเกะเบาๆ เพราะถุงยางอนามัยมีความบางมาก การฉีกควรจะฉีกเบาๆไม่ต้องรีบร้อนเพราะอาจจะทำไห้ไปบาดถุงยางอนามัยได้ สำหรับการสวมถุงยางอนามัย เมื่อฉีกออกมาเเล้ว ไห้จับตรงปลายถุงยาง เเละสวมใส่โดยการรูดลงไปไห้สุดโคน ทำในขณะที่องคชาติเเข็งตัว เเต่เมื่อเสร็จสิ้นเเล้ว ไห้ถอดออกมาขณะที่อวัยวะเพศนั้นเเข็งตัวอยู่ เเละวิธีการถอดถุงยางอนามัยที่ดีที่สุดคือ การไม่ไห้ถูกสารคัดหลั่งจากช่องคลอดผู้หญิง โดยการเอากระดาษทิชชู่ พันเเล้วดึงออก เสร็จเเล้ว ห่อด้วยกระดาษทิชชู่ไห้เรียบร้อย

โดยที่มือไม่ต้องไปโดนสารคัดหลั่งของผู้หญิงเลย นี่เป็นวิธีการถอดถุงยางอนามัยที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าเราจะสอดใส่ที่ไหน ก็ขอไห้ถอดเเบบเดิม เพราะมันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เเละสามารถป้องกันโรคติดต่อได้มากที่สุด ปลอดภัยเเละไม่ทำไห้เกิดการตั้งครรภ์อีกด้วย ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนนั้นไม่อยากไห้เกิดขึ้นมา ทั้งในการไม่พร้อมมีลูก เเละการติดเชื้อไวรัสหรือเเบคทีเรียต่างๆถุงยางอนามัย

จึงเป็นสิ่งที่ป้องกันเชื้อโรคต่างๆได้ดีที่สุด เเละหาซื้อได้ง่าย เเถมปลอดภัยสบายใจอีกด้วย ถือว่าถุงยางอนามัยเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวันจริงๆ

 

ขอบคุณ ชุดตรวจ hiv  ที่ให้การสนับสนุน

ข้าวเหนียวมะม่วง กับโรคร้ายที่ตามมา

ข้าวเหนียวมะม่วง อาจจะเป็นรายการอาหารโปรดของคนอีกหลายคนเลยละก็ว่าได้ ยิ่งในฤดูร้อนอย่างนี้ ข้าวเหนียวมะม่วงนั้นเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง เพราะเหตุว่าเป็นของหวานที่ความหวานของมะม่วงรวมทั้งความหอมหวานมันของข้าวเหนียว ทั้งยังมีน้ำน้ำกะทิที่มันๆ เค็มๆ ราดด้านบนแล้วยิ่งเพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก แล้วยิ่งทานฤดูร้อนอย่างงี้ความอร่อยคูณสองกันไปเลยจริงๆ แม้กระนั้นต้องการจะพูดว่า ถ้าหากขึ้นชื่อว่าขนมแล้ว กินมันมากมายไปก็คงจะไม่ดีเท่าใดหรอก สุขภาพของพวกเรานั้นมิได้ปรารถนาของว่างมากมายก่ายกองขนาดนั้น

เพราะอะไร ข้าวเหนียวมะม่วงถึงไม่ดีต่อสุขภาพ
ด้วยจำนวนแคลลอรี่ที่สุดแสนจะเยอะมากในข้าวเหนียวมะม่วงนั้น มีมาจากทั้งน้ำตาล กะทิ ข้าวเหนียว มะม่วง ก็เลยอุดมไปด้วยไขมัน ฉะนั้นความหวานจากน้ำตาลจากมะม่วง คาร์โบไฮเดรตจากข้าว ถ้าเกิดผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงธรรมดาไม่มีโรคประจำตัว และก็บริหารร่างกายเสมอๆทานมากมายน่าจะไม่ค่อยก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ตามมากสักเท่าไรนัก แต่ว่าถ้าหากทานมากไปก็มีความเสี่ยงที่จะมีโรคภัยตามมาได้

ทั้งโรคที่ต้องระวังอย่างมากสำหรับการทานข้าวเหนียวมะม่วงนั้นก็อาจจะหนีไม่พ้น คนไข้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคประจำตัวตัวอย่างเช่นเบาหวาน เนื่องจากว่าถ้าว่ากินมากมายไปอาจจะไม่ดีแน่ๆ เนื่องจากจะไปเพิ่มไขมันแล้วก็น้ำตาลภายในร่างกายให้มากขึ้น ทั้งยังความเค็มที่มากับเกลือหรือจากกะทิ ก็จะส่งผลต่อไตและน้ำหนักตัวที่บางครั้งก็อาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลักษณะของการปวดตามข้อต่างๆ บางทีก็อาจจะเข้ามาร่วมด้วยอีกเหมือนกัน

ด้วยเหตุนี้แล้ว คนไข้ที่ป่วยด้วยเบาหวานไม่สมควรที่จะทานข้าวเหนียวมะม่วงอย่างยิ่ง ด้วยเหตุว่าจำนวนน้ำตาลแล้วก็คาร์โบไฮเดรตของมันนี่สูงเกินไป ทั้งยังไม่ว่าจะของว่างใดๆ ก็ตามควรจะทานให้อยู่ในจำนวนที่พอดี เตือนภัยสำหรับคนที่ไม่มีโรคภัยอะไร ที่จริงแล้วก็ไม่สมควรที่จะทานมาก เนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บนั้นบางทีก็อาจจะตามมาอยู่ภายในร่างกายแบบไม่ทันรู้ตัวก็เป็นไปได้ ฉะนั้นทางที่ดี คุณควรจะที่จะทานข้าวเหนียวมะม่วงหรือขนมใดๆ ในจำนวนที่เหมาะสมพร้อมด้วยบริหารร่างกายบ่อยๆ จะดีที่สุด

อาหารคีโตเจนิคก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน

อาหารคีโตเจนิคก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน
• ในช่วง 1-3 สัปดาห์แรกที่เริ่มต้นกินคีโตเจนิค เช่น ร่างกายอาจอ่อนล้า อ่อนเพลีย หมดแรงง่าย อาจรู้สึกวิงเวียน ปวดศีรษะ หน้ามืด และความดันโลหิตลดลง เป็นต้น

• มวลกล้ามเนื้ออาจลดลง ซึ่งเป็นผลจากปริมาณอินซูลินที่ลดลง

• บางรายอาจพบมวลกระดูกลดลงจากการได้รับแคลเซียม และวิตามินดีลดลง ด้วยข้อจำกัดของอาหารที่กิน เพราะกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาจทำให้แร่ธาตุบางอย่างขาดหายไป

• พบอาการท้องผูกในบางราย เพราะมีการได้รับกากใยอาหารจากผัก และผลไม้ไม่เพียงพอ

• อาจพบอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หรือที่เรียกว่า “หวัดคีโต” ได้ เนื่องจากร่างกายได้รับสารอาหารหรือแร่ธาตุบางอย่างไม่เพียงพอ จึงอาจทำให้ป่วยได้ง่าย

• มีความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง วิตามินซี และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้ จากความไม่สมดุลของสารอาหารในร่างกาย

• ผู้มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูง ที่จำเป็นต้องได้รับไขมันอิ่มตัว และไม่อิ่มตัวชนิดต่าง ๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล เรื่องไขมันในเลือดเป็นเรื่องใหญ่เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ ได้ ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนอยู่เสมอ

ข้อควรระมัดระวังเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่สนใจกินคีโตเจนิค
อาหารคีโตอาจเป็นประโยชน์กับบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน และเบาหวานชนิดที่ 2 เท่านั้น เพราะงานวิจัยเกี่ยวกับคีโตเจนิคยังคงเป็นแค่การศึกษาผลในระยะสั้น ยังไม่พบการศึกษาของผลในระยะ จึงควรปรึกษาแพทย์นักโภชนาการเพื่อให้ช่วยแนะนำและปรึกษาเมื่อพบปัญหา และควรตรวจติดตามสุขภาพในเรื่อยๆ จะได้ทราบว่ามีผลข้างเคียงหรือปัญหาอะไรหรือไม่

ไข้หวัดใหญ่กับการป้องกันง่ายๆ

 

จุดเด่นของไข้หวัดใหญ่คือเป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในอากาศ ติดต่อได้ง่าย และมีระยะเวลาฟักตัวของเชื้อเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น แค่เป็นไข้หวัดใหญ่ไม่น่ากลัวเท่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วมีโรคแทรกซ้อน โดยเฉพาะปอดอักเสบ ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะเสียชีวิตค่อนข้างสูง เป็นได้ก็หายได้ ไข้หวัดใหญ่สามารถรักษาให้หายได้ตามอาการด้วยการรับประทานยาบรรเทาอาการนั้นๆ แต่ถ้าหากคุณมีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคประจำตัวอาจต้องใช้ยาต้านไวรัสเพิ่มเข้าช่วย

สังเกตอาการง่ายๆ ไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่แตกต่างกันอย่างไร
• หากป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาจะมีไข้หรือไม่มีไข้ก็ได้ อาการทั่วไปคือ ไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก
• หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่นอกจากจะมีอาการเบื้องต้น คือ ไอ จาม เจ็บคอ มีน้ำมูก ไอมีเสมหะแล้ว จะต้องมีไข้สูงและปวดเมื่อยตามตัวด้วย ฉะนั้นหากมีอาการเหล่านี้ร่วมกันเมื่อไรสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าคุณติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าให้แล้ว
ไข้หวัดใหญ่สามารถรักษาได้ตามอาการก็จริง แต่หากมีโรคแทรกซ้อน ซึ่งโรคแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่มีหลายโรคด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่นปอดอักเสบทำให้มีโอกาสที่จะเสียชีวิตค่อนข้างสูง นอกจากโรคแทรกซ้อนหากโชคร้ายกว่านั้นอาจพบโรคติดเชื้อฉวยโอกาสตามมาหลังจากเป็นไข้หวัดใหญ่ก็เป็นได้ เนื่องจากเวลาเป็นไข้หวัดใหญ่เยื่อบุผิวทางเดินหายใจจะมีการอักเสบและลอกหลุดออกไป ซึ่งอาจจะทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียและเกิดอาการปอดอักเสบตามมาได้
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้คงรู้สึกกลัวกันมากใช่หรือไม่ เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่นั้นอยู่ในอากาศได้ 24 ชั่วโมง ยิ่งถ้าหากชีวิตประจำวันเราต้องเจอผู้คนมากมาย อยู่ในชุมชนหรือในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก เช่น การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะที่อาจจะมีผู้ป่วยปะปนมา การทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ที่อาจจะป่วยอยู่ในออฟฟิศ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อเข้ามา ทั้งนี้คุณหมอได้แนะนำวิธีดูแลและป้องกันตัวเองง่ายๆ จากไข้หวัดใหญ่มาบอกกัน คือ
1. สวมใส่หน้ากากอนามัย หากหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ๆ คนเยอะ หรือแออัดไม่ได้ ซึ่งการที่สวมใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันการสูดดมรับเชื้อในอากาศได้
2. หากต้องใช้บริการอะไรก็ตามที่เป็นสาธารณะ ควรหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่บ่อยๆ หรือพกเจลล้างมือเพื่อความสะดวก
3. หากพบว่าสมาชิกในบ้านป่วย ต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา และขณะเดียวกันต้องป้องกันตนเองด้วย
4. หากไข้หวัดใหญ่กำลังระบาด การที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก็สามารถช่วยได้มาก โดยปกติแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง

วิธีดูแลรักษาตัวเองให้ไข้หวัดหายภายในเร็ววัน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด เพศใด คุณก็มีสิทธิเป็นหวัดหรือไม่สบายได้ หรือแม้กระทั่งในช่วง สงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ไทย ที่คนไทยพร้อมใจกันออกมาเล่นน้ำกันในช่วงอากาศร้อนจัดเพื่อดับร้อนคลายร้อน แต่เมื่อผ่านไปหลังจากช่วงเวลาความสุขไปไม่ทันไร ซึ่งอาจจะเจอกับอาการเจ็บป่วย เป็นหวัด คัดจมูก ขึ้นมาได้ ทำให้ต่อจะอยากกลับไปทำงานหลังหยุดยาวกลายเป็นต้องลา คราวนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ ลองอ่านและปฏิบัติตามคำเหล่านี้ดีไหม วิธีรักษาไข้หวัดให้หายเร็วมีวิธีอย่างไรกันบ้าง

วิธีดูแลรักษาไข้หวัดให้หายเร็ว

  1. ดื่มน้ำแร่วันละ 2 ลิตร เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัด ชอบอยู่ในสภาวะร่างกายที่เป็นกรด แต่ถ้าเราดื่มน้ำแร่ ซึ่งในน้ำแร่มีแร่ธาตุบางชนิด เช่น โซเดียมไบคาร์บอร์เนต ที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้สภาพร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง ไม่เหมาะสมกับการอยู่ของไวรัส ช่วยทำให้ไวรัสตายเร็วขึ้น ดังนั้นการดื่มน้ำไม่ใช่แค่ดีต่อร่างกายแต่ถ้าหากต้องการรักษาไข้หวัดให้หายเร็วขึ้น ก็ควรจะดื่มน้ำให้มากๆ โดยเฉพาะน้ำแร่
  2. รับประทานผลไม้รสเปรี้ยว มีงานวิจัยว่า ผลไม้รสหวานส่วนใหญ่ ทำให้เลือดเป็นกรด เป็นสภาวะที่ไวรัสชอบ ดังนั้นในช่วงที่เราเป็นหวัดการรับประทานผลไม้ควรจะเลือกให้ดี เพราะถ้าเลือกผิดก็จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพขึ้นไปอีก ลองหันไปเลือกรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจะดีกว่า เพราะผลไม้รสเปรี้ยว จะทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง หรือ เป็นกลาง เช่น ฝรั่ง กีวี่ เมื่อร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง ก็ส่งผลทำให้ไวรัสตายเร็วขึ้น และหายหวัดเร็วขึ้น
  3. โด๊ปวิตามินซีเป็นประจำ ถ้าใครที่กินวิตามินซีเป็นประจำอยู่แล้ว จะช่วยให้เป็นหวัดได้ยากขึ้น หรือเมื่อเป็นหวัดก็ช่วยลดความรุนแรง และระยะเวลาในการเป็นหวัดได้ แต่ถ้าไม่เคยกินวิตามินซีมาก่อนเลย แต่มาเริ่มกินตอนเป็นหวัด อาจจะสายเกินไป ไม่ได้ช่วยให้หายหวัดเร็วขึ้น ดังนั้นเราการที่เรากินวิตามินซีเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่ดีมากในช่วงไม่สบาย โดยปริมาณที่แนะนำคือ 1-3 กรัมต่อวัน
  4. ออกกำลังกายให้เหงื่อออก เช่น การเดินเบา ๆ หรืออาบน้ำอุ่นให้เหงื่อออก คือ วิธีรักษาไข้หวัดให้หายเร็ว ซึ่งกระบวนการที่เหงื่อออก หรือ ขับน้ำออกมาจากต่อมเหงื่อในผิวหนัง เป็นวิธีที่ทำให้ร่างกายเย็นลง เมื่อเป็นหวัด อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ระบบประสาทจะส่งสัญญาณไปยังต่อมเหงื่อ เพื่อขับน้ำออกมาตามผิวหนัง เมื่อผิวหนังระเหยน้ำออกมาหรือที่เรียกว่าเหงื่อ เมื่อเหงื่อออก สิ่งที่ตามมา คือ เราจะรู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มเย็นลงทำให้เกิดความเย็นหลังจากเหงื่อออก ควรดื่มน้ำทดแทน ระวังอย่างให้ร่างกายขาดน้ำในตอนที่เป็นหวัด
  5. นอนพักผ่อนมากขึ้น ถ้าไปเล่นน้ำกลับมา มีอาการ เป็นหวัด มีไข้ ควรนอนพักผ่อนให้มากขึ้น ถึงมีนัดไปเล่นน้ำกันวันต่อไป ก็ควรหยุดพักไปก่อน อย่าออกไปโดนแดด สาดน้ำ หรือตรากตรำทำงานหนักเกินไป จะทำให้อ่อนเพลีย แล้วหายหวัดช้าลง
  6. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หากเป็นหวัด แล้วมีน้ำมูก ให้ใช้น้ำเกลืออุ่น ๆ ล้างจมูกโดยใช้กระบอกฉีดยาฉีดน้ำเกลืออุ่นเข้าไปในรูจมูก จะทำให้อาการคัดจมูกน้อยลง อีกทั้งยังช่วยลดจำนวนเชื้อโรค ของเสีย และหายหวัดเร็วขึ้น หากน้ำมูกไม่หาย อาจใช้ยาแก้ไข้ ยาลดน้ำมูก
  7. กินยาแก้ไข้หวัด เพราะไข้หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่ไม่ได้มียารักษา โดยการรักษาจึงทำได้เพียงรักษาตามอาการ คือ ถ้ามีอาการไข้ ก็จะทำได้แค่ให้รับประทานยาแก้ไข้ เช่น ยาที่มีตัวยาพาราเซตามอล เพื่อรักษาอาการไข้หวัด