ออกกำลังกายสำคัญต่อชีวิตอย่างไร

กิจกรรมหนึ่งที่เราขอใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งชักชวนเพื่อนๆ ทุกคนให้มาทำร่วมกัน นั่นคือ การออกกำลังกาย เราเชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการออกกำลังกายดีอย่างไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง แต่ก็นั่นแหละบางครั้งรู้แล้วไม่ทำก็จบ วันนี้เราขอตอกย้ำการออกกำลังกายอีกครั้งว่ามีประโยชน์อย่างไร

ออกกำลังกายแล้วสุขภาพร่างกายแข็งแรง

ข้อดีลำดับแรก เรายกให้กับความแข็งแรงของร่างกาย และจิตใจ การได้ออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อส่วนต่างๆได้นำมาใช้งาน จะทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้น พอร่างกายแข็งแรงก็จะมีภูมิต้านทานต่อโรคภัยไข้เจ็บลองสังเกตตัวเองดูว่าหลังจากออกกำลังกายแล้ว โรคที่เป็นบ่อยๆพวกไข้หวัด ไอ จาม จะเป็นน้อยลง

สามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีขึ้นกว่าเดิม

น้ำหนักตัว ถือเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน บางคนไม่อยากให้มีตัวเลขบนเครื่องชั่งมากเกินไป แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง กินอาหารเสริม อดอาหารเอาเป็นเอาตาย แต่กลับมองข้ามวิธีออกกำลังกายไป การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวโดยอัตโนมัติเลย เนื่องจากเราได้เผาผลาญพลังงานไปเยอะจากการออกกำลังกายดังกล่าวแล้ว แต่อย่าไปกินเยอะล่ะไม่งั้นก็น้ำหนักก็พุ่งเหมือนเดิม

พัฒนาขีดความสามารถร่างกายตนเอง

การเล่นกีฬา การออกกำลังกาย หากจะเล่นให้เหนื่อย ให้ได้เหงื่อ เราต้องเล่นให้ได้เกินขีดความสามารถของตัวเองไม่ว่าจะเป็น วิ่งให้เร็วกว่า วิ่งให้ได้ไกลกว่า ปะทะให้ได้แรงกว่า ชู้ตให้ได้แม่นกว่า หรือ อะไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ในการเล่นกีฬาจะดึงขีดความสามารถของร่างกายให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งถ้าเป็นช่วงวัยรุ่นช่วงนี้ร่างกายเจริญเติบโตได้ดียิ่งเล่นกีฬาด้วยแล้วยิ่งเพิ่มขีดความสามารถร่างกายไปอีกเยอะ

สร้างมนุษย์สัมพนธ์กับผู้อื่นด้วยการเล่นกีฬา

การเล่นกีฬา แม้ว่าจะเป็นกีฬาเล่นคนเดียวอย่างว่ายน้ำก็ตาม สิ่งที่เราได้รับตอบกลับมานั่นคือการสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับผู้อื่น บางคนอาจจะร่วมทีมกับเพื่อนในองค์กร เพื่อนสมัยเรียน เพื่อนแถวบ้าน หรือ คนไม่รู้จักกันเลย มาเล่นกีฬา ออกกำลังกายด้วยกัน สิ่งนี้จะเป็นตัวเชื่อมทำให้เรารู้จักคนอื่น ได้เพื่อนใหม่ด้วย

ควรผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานทุกวัน

เพื่อนๆ หลายคนมักจะเจอความเครียดในที่ทำงาน หรือ จากปัจจัยอื่น จนต้องกินยาคลายเครียดเพื่อดับความเครียดเหล่านั้น หารู้ไม่ว่า การจัดการความเครียดวิธีหนึ่งแบบไม่ต้องพึ่งหมอ พึ่งยาเลย เพียงแค่เราไปเล่นกีฬาเท่านั้นเอง การได้ออกแรงเสียเหงื่อทำให้เราผละความคิดจากความเครียด ปัญหาเหล่านั้น แถมการเล่นกีฬายังได้รับสารความสุขบางอย่างกลับมาด้วย ใครเจอความเครียดลองหาเวลาไปเล่นกีฬาดูสิ

พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อร่างกายที่แข็งแรง เทคนิคการนอนอย่างมีคุณภาพ

 

            การนอนหลับ คือ การพักผ่อนที่ดีที่สุด และ ขาดไม่ได้ พอๆกับที่เราจำเป็นต้องทานอาหารในทุกวัน แต่ปัจจุบันหลายคนมีเวลานอนน้อยลง เพราะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกจากบ้านไปทำงาน กว่าจะกลับถึงบ้านก็หลังเวลาพระอาทิตย์ตกดิน แถมต้องทำกิจกรรมในแต่ละวันมากมายเหลือเกิน เวลาพักผ่อนจึงน้อยลงไปโดยปริยาย

เราคงจะเคยได้ยินว่า การนอนที่นานมากเกินไป เช่น นอนพักผ่อนติดต่อกันเกิน 12 ชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาแทนที่จะสดชื่น แต่กลับพบว่ารู้สึกอ่อนเพลีย บางครั้งการงีบระหว่างชั่วโมงพักกลางวัน กลับทำให้รู้สึกสดชื่นมากกว่าที่คิด นั่น เป็นเพราะ ปริมาณจำนวนชั่วโมงในการพัก มีความสัมพันธ์กับคุณภาพการพัก บางคนนอนหลายชั่วโมงแต่หลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ กระสับกระส่ายมีการพลิกตัวตลอดเวลา แทนที่ร่างกายจะได้พักกลับรู้สึกอ่อนเพลียกว่าคนที่นอนหลับสนิท ถึงแม้ชั่วโมงการนอนจะน้อยกว่าแต่หลับสนิทกลับรู้สึกสดชื่นมากกว่า คุณภาพการนอนจึงสำคัญมาก อาจจะมากกว่าจำนวนชั่วโมงการนอนเลยเชียวล่ะ

เทคนิคต่อไปนี้ จะช่วยให้ ท่านที่มีปัญหาเรื่องการนอน หลับได้ดีขึ้น และรู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอน 
          เทคนิคที่ 1 ก่อนนอน งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม โกโก้ และแอลกอฮอล์ทุกชนิด
เพราะนิโคติน และกาเฟอีนมีผลโดยตรงต่อการนอนไม่หลับ เพราะกาเฟอิน ในกาแฟจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้มีการตื่นตัว หากร่างกายได้รับมากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อวันจะทำให้นอนหลับยาก หลับไม่สนิทและช่วงเวลาหลับนั้น สั้นลง (ถ้าเทียบกาแฟทรีอินวัน 1 ซอง โดยเฉลี่ยจะมีกาเฟอินประมาณ 83–122.48 มิลลิกรัม) ส่วนแอลกอฮอล์มีผลทำให้ระบบการนอนแย่ลง หลายคนมีความเชื่อผิดๆคิดว่าแอลกอฮอล์ช่วยให้นอนหลับง่าย เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท จะทำให้ง่วงเมื่อดื่มช่วงแรกๆ จากนั้นเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจะถูกเผาผลาญโดยตับ ทำให้เกิดสารเคมีตัวใหม่ที่ชื่อว่า เอทานอล ที่ทำให้คุณภาพการนอนลดลง คนดื่มมากๆจะมีอาการหลับๆตื่นๆ เมื่อดื่มสะสมไปนานๆ จะมีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย กระสับกระส่าย จนต้องเสพติดแอลกอฮอล์กลายเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังและโรคแทรกซ้อนอื่น จนถึง โรคมะเร็งตับ ตามมา

           เทคนิคที่ 2 หลีกเลี่ยงการรับประทานอาการมื้อหนัก ก่อนนอน 2 ชั่วโมง
รวมทั้ง เครื่องดื่มในปริมาณมากๆ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ย่อยยาก เพราะช่วงที่เรานอนหลับ ร่างกายต้องทำงานหนักในการย่อยอาหารที่เราทานเข้าไป ทำให้เราหลับไม่สนิท และมีอาการฝันร้ายได้ ยกเว้นถ้า หิวจริงๆ ควรนมอุ่น หรือ อาหารเบาๆ ย่อยง่ายก่อนนอนจะดีที่สุด และควรเข้าห้องน้ำแปรงฟัน ปัสสาวะก่อนนอน จะช่วยให้นอนหลับได้อย่างสุขสบาย ไม่ตื่นมาปัสสาวะกลางดึก

           เทคนิคที่ 3 ไม่ควรออกกำลังกายก่อนนอน แต่ควรออกกำลังกายทุกวัน และห่างจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
เพราะช่วงที่เราออกกำลังกายร่างกายจะมีการเผาผลาญพลังงานและมีการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นประสาท ร่างกายจะตื่นตัว กล้ามเนื้อถูกใช้งาน และเกิดการสลายไขมันใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิค จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ระบบไหลเวียนดีขึ้น ออกซิเจนถูกกระจายไปส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้คนที่เข้านอนทันทีหลังออกกำลังกาย นอนหลับไม่สนิท คุณภาพการนอนไม่ดี เพราะร่างกายตื่นตัวจนทำให้อ่อนเพลียในวันรุ่งขึ้น ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ

             เทคนิคที่ 4 งดการเล่นอุปกรณ์ไอทีและเครื่องมือสื่อสารบนเตียงนอนและก่อนนอนถ้าจำเป็นต้องใช้งานควรให้ห่างเวลานอนอย่างน้อย 30 นาที -1 ชั่วโมง
เช่น มือถือ ไอแพด ไอโฟน คอมพิวเตอร์ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีผลต่อคลื่นสมองโดยตรง ทำให้นอนหลับยากขึ้น หรือ นอนหลับไม่สนิท โดยเฉพาะผู้มีปัญหาหลับยาก ควรจะงด 2–3 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้คลื่นสมองผ่อนคลายก่อนเข้านอน จะช่วยให้นอนหลับสนิทและหลับได้เร็วขึ้น

            เทคนิคที่ 5 เข้านอนและตื่นเป็นเวลา รวมทั้งไม่ทำกิจกรรมที่กระตุ้นจิตใจก่อนนอน
เช่น ดูหนังสยองขวัญ ตื่นเต้น อ่านหนังสือที่เครียดๆ เป็นต้น การเข้านอนและตื่นเป็นเวลา จะทำให้ร่างกายเกิดความเคยชิน และระบบการทำงานของสมองคงที่ เหมือนกับที่เราต้องฝึกทารกหรือเด็กเล็กๆให้นอนเป็นเวลา นอกจากช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีแล้ว ยังส่งเสริมพัฒนาการด้านอารณ์และพัฒนาการด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ได้อย่างดีด้วย

              เทคนิคที่ 6 การจัดสภาพแวดล้อมในการนอนที่ส่งเสริมการนอนหลับพักผ่อน
ข้อนี้สำคัญเป็นเรื่องแรกเลยคะ แต่บอกไว้หลังสุด เพราะถ้าขาดเทคนิคข้อนี้ ข้ออื่นๆ จะด้อยลงไปทันที สภาพแวดล้อมที่บอกได้แก่ แสงสว่าง กลิ่น สภาพอากาศ บรรยากาศที่ส่งเสริมความสุขสบายในการนอน ว่ากันว่า สำคัญพอๆ กับการเตรียมสนามแข่งสำหรับนักกีฬาเลยเชียวคะ การปิดไฟให้มืดสนิท หรือ หรี่ไฟให้แสงสว่างน้อยที่สุด บรรยากาศที่เหมาะสม ไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป ไร้เสียงและกลิ่นรบกวน และสภาพแวดล้อมสุดท้าย คือ เครื่องนอนและที่นอนที่สุขสบาย นอนแล้วมีความสุข ที่นอนดีๆสักอัน ที่อยู่กับเราและรองรับสรีระและร่างกายของเราทั้งคืน ตลอดการพักผ่อน อยู่กับอาจจะมากกว่า เสื้อผ้าแพงๆ หรือ เครื่องอำนวยความสะดวกบางชิ้น แต่มีคุณค่าและประโยชน์มหาศาล ที่จะช่วยให้เราพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอนอย่างมีคุณภาพ ต่อไปแน่นอน